ฉันรักยาขอบ
............
หลายวันมานี้ ฉันมีอันหลับๆ ตื่นๆ
ฝันถึงนักเขียนนามอุษโฆษที่ชื่อ "ยาขอบ"
อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
...
เรื่องของเรื่องก็เนื่องจากว่าเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา
ฉันและทีมงานสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม
ได้ช่วยกันพยายามทุกหนทาง
ในการติดต่อกับ.คุณประกายพฤกษ์ ศรุตานนท์.
เจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือของยาขอบปัจจุบันนี้
เพื่อขออนุญาตนำผลงานของยาขอบ
นักเขียนในดวงใจของฉัน
มาจัดพิมพ์ซ้ำ
...
...
กว่าจะได้เจอตัวคุณประกายพฤกษ์จริงๆ
ก็เล่นเอาเหงื่อตกไปหลายรอบ
......
...คุณประกายพฤกษ์ขอบคุณพวกเรา
ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาหา รวมทั้งเห็นดีเห็นงาม
อนุญาตให้เราจัดพิมพ์งานชุดนี้สมความตั้งใจ
หรืออยากพิมพ์เล่มอื่นของยาขอบเล่มไหนอีก
ท่านให้บอกมาเลย---ท่านให้เรา!
......
ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่เจอตัวคุณประกายพฤกษ์
และกำลังตามหา
มีคนบอกว่าเราบ้าหรือเปล่าที่ทำเช่นนั้น
เราไม่จำเป็นต้องลำบากลำบนเช่นนั้นก็ได้
เพราะบางสำนักพิมพ์
เมื่ออยากพิมพ์งานนักเขียนเก่าๆ อย่างนี้ออกมา
เขาก็พิมพ์กันเลย --ไม่แจ้งใคร
[ถ้าใครกำลังคิดจะทำ ขอเตือนว่าอย่าเสี่ยงกับเรื่องยุ่งๆ
ที่จะตามมาทีหลังเลยค่ะ ตอนนี้คนที่ทำไปแล้วก็อาจยุ่งยาก
หรือกำลังจะยุ่งยากอยู่เหมือนกัน--เท่าที่ฟังมานะ)
.............
เราอาจจะบ้านะ
แต่ถ้ามันไม่สุดวิสัย ถ้าเราสามารถทำได้
เราก็สบายใจที่ได้ทำให้มันถูกต้องที่สุด
เท่าที่เราจะสามารถทำได้
.........
ฉันคิดว่า การที่เราเขียนหนังสือ ทำหนังสือ---
ก็เพื่อจรรโลงสิ่งดีงาม เพื่อความรู้
เพื่อสิ่งใดก็ตามแต่ ทั้งหมดทั้งมวล
ล้วนแล้วแต่เพื่อ
ย ก ร ะ ดั บ จิ ต ใ จ ม นุ ษ ย์
ให้สูงขึ้นทั้งสิ้น..
.......
หากเราผู้สร้างสรรค์หนังสือเหล่านั้น
กลับประพฤติตัวเลวทราม
ทำตัวราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ
ที่ปราศจากสำนึกเรื่องจริยธรรมจรรยาทั้งหลายเสียแล้ว
ตัวหนังสือมากมายก่ายกองที่ขีดเขียนออกไป
ก็คงไม่ต่างอะไรกับการแสดงจำอวด
เอาไว้หลอกลวงคน--ก็เท่านั้น
มันไม่มีค่าอะไรหรอกนะ
...........